แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่งแค่ไหว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิ่งแค่ไหว แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ปั่นครบ 4 เดือน 2,047 km

ปั่นครบ 4 เดือน 2,047 km

ปั่นจักรยานล้อ 14 นิ้ว ไม่มีเกียร์ มา 4 เดือน รวมระยะทางประมาณ 2,047 km.
เนียนๆไปออกทริปกับกลุ่มต่างๆประมาณ 23 ทริป เบาบ้างหนักบ้าง ปั่นเกิน 100 km. ไป 3 ทริป (เสียดายทริปล่าสุดได้แค่ 96 km.ไม่ถึงร้อยโลฯ)ได้ข้อสรุป...ให้กับตัวเองว่า!!ปั่นจักรยานล้อ 14 นิ้ว ไม่มีเกียร์ มา 4 เดือน รวมระยะทางประมาณ 2,047 km.

เนียนๆไปออกทริปกับกลุ่มต่างๆประมาณ 23 ทริป เบาบ้างหนักบ้าง ปั่นเกิน 100 km. ไป 3 ทริป (เสียดายทริปล่าสุดได้แค่ 96 km.ไม่ถึงร้อยโลฯ)

ได้ข้อสรุป...ให้กับตัวเองว่า!!

"รถแพง...แต่แรงไม่มี...ตรูแซงแน่ๆ " 555+

"รถแพง...แรงดี...ทางตรงๆยาวๆ...ตรูยอม! " 555+

"ปั่นขึ้นเขา...ขึ้นเนิน...ตรูยอมจูงๆๆๆๆ ฝืนไปเหนื่อยป่าวๆ "

"ปั่นจักรยาน...ได้อยู่กับตัวเอง มุ่งไปข้างหน้า...ความสุขรออยู่ที่จุดหมายปลายทางในการปั่น"

ปั่นบ่อยๆร่างกายจะปรับสภาพเอง ทำให้แข็งแรงขึ้น ทนขึ้น อึดขึ้น เหนื่อยช้าลง พยายามปั่นรักษาระดับที่เราปั่นไหว ปั่นได้นานๆ มันจะชินไปเอง...

เมื่อก่อนตั้งใจปั่นออกกำลังกาย ตอนนี้เพิ่มเป้าหมายไปอีกอย่างคือ...ปั่นเที่ยว...ไปด้วย. __^

เริ่มสนุกกับการปั่นออกทริป มันส์ สนุก มิตรภาพ ได้เพื่อน  และได้เที่ยว (น้องสิงโตฯ ชอบม๊าก!)

ปั่นต่อไป....ปั่นแค่ไหว ไปแค่ใจถึง(สุข)

เจ้าป่า... 14-10-57

ปล.ความคิดเห็นส่วนตัว...มิได้อ้างอิงกับใครทั้งสิ้น


สถิติใหม่ Max Speed

สถิติใหม่ Max Speed

ไปเนียนๆ ปั่นกับเค้ามา งาน Chill Bike Party @ Kanchanaburi
(ต้องปั่นไปให้ถึงวัดฯบนเขา เพื่อรับริสแบนด์สีฟ้า...แล้วก็ปั่นกลับมาเข้าเส้นชัยที่เดิม)
เป็นการปั่นแข่งครั้งแรก ลงทะเบียนก็ไม่ทัน กะปั่นไปชิลๆและเอาฮาเฉยๆ.....ไปเนียนๆ ปั่นกับเค้ามา งาน Chill Bike Party @ Kanchanaburi

(ต้องปั่นไปให้ถึงวัดฯบนเขา เพื่อรับริสแบนด์สีฟ้า...แล้วก็ปั่นกลับมาเข้าเส้นชัยที่เดิม)

เป็นการปั่นแข่งครั้งแรก ลงทะเบียนก็ไม่ทัน กะปั่นไปชิลๆและเอาฮาเฉยๆ

ไม่ได้สำรวจเส้นทางอะไรเลยๆๆๆๆ เห็นเค้าปั่นเร็วก็ปั่นตามเค้า

เจอเนินยาวๆๆ และก็เนินชันก่อนถึงวัดฯแทบตายๆๆ (จูงจักรยาน 2 รอบ )

แต่ขากลับลงเขามันส์มากๆครับ ได้ความเร็วสูงสุดสถิติใหม่ให้กลับตัวเอง เลยครับ __^

ปกติเคยปั่นได้แค่ไม่เกิน 45 km/h ช่วงสั้นๆไม่กี่เมตร เลยแอบภูมิใจเล็กน้อย แต่คนอื่นคงได้เป็นร้อย 555+

สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ ศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนปั่นว่ามีเนินเยอะมั้ยจะดีมาก และอย่าปั่นเร่งตามคนอื่นเค้า....ปั่นเท่าที่เราซ้อมมาก็พอ _____^

ระยะทาง 45 km

เวลา 1.41.25 h

AV 26.6 km/h

Max Speed 62.6 km/h

จักรยาน --->น้องเจ้าป่า Crius smart 2.0 , 14 นิ้ว


เหรียญแรก....ของการปั่น

เหรียญแรก....ของการปั่น

ไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา...
เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)ไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา... เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)เหรียญแรก....ของการปั่นไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา...เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)ไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา... เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)เหรียญแรก....ของการปั่นไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา...

งานที่สวนผึ้ง : The Cycling of healthy Life At Suanphueng

วันที่ : 13 กันยายน 2557

สถานที่จัดงาน : The Scenery Vintage Farm

กิจกรรม : ร่วมปั่นจักรยานชิวชิว สไตร์ชาวสวนผึ้ง ทำกิจกรรมต่างๆ และAfter Party และ Mini Concert กับศิลปินชื่อดัง

เซเลป : คุณนาวินต้าร์ และนักปั่นสาวสวนผึ้ง



http://hellomarathon.tk
เหรียญแรกที่ได้มา
       
 เดินทางไปล่วงหน้าก่อน 1 วัน ตั้งใจจะไปสำรวจเส้นทาง อยากรู้ว่ามีเนินมากน้อยแค่ไหน ไม่อยากซ้ำรอยเหมือนงานปั่นที่เมืองกาญฯ นึกว่าทางเรียบๆปั่นเร่งตามเค้าไป เจอเนินยาวๆและชันๆแทบแย่เพราะแรงหมด เส้นทางสวยงาม..ร่มรื่นดีช่วงเขาแต่วันจริงร้อนมากๆๆๆ ไปถึงก็แวะดูสถานที่จัดงาน....ยังไม่มีอะไรเลย และก็ไปวนรถดูเส้นทาง พอดีเจอสีพ่นที่เส้นทางบอก...เส้นทางการปั่นเป็นระยะๆ ก็เลยขับตามสบายเลยไม่หลง เจอเนินพอสมควร เยอะกว่าที่เมืองกาญฯ อีกๆๆ ตายแน่ๆตรูๆๆๆๆ 5555+ ขับรถวนดูจบหนึ่งรอบ พอรู้เส้นทางบ้างแล้วก็วนหาที่พักต่อทันที่ไม่ได้จองมา

         วนดูหลายที่ก็ไปถูกใจที่ ทิวเขาสวนผึ้งรีสอร์ท วิวสวยดี ค่าที่ 1,500 บาท แต่เจ้าของใจดีเห็นว่าไปคนเดียวลดให้เหลือ 1,200 บาท ท่าไปหน้าหนาวคงจะดีมอกคงเยอะ...แต่ตอนนี้กลางวันร้อนมากๆ ว๊ากๆๆๆๆๆๆๆ บ้านที่พักชื่อ สอง เรา แต่ตรูไปคนเดียว T_____T 555+ ที่พักกว้างดีห้องน้ำเปิดไม่มีประตู มีแต่มู่รี่บังสายตา สามารถทำเป็นห้องนอนได้อีกห้องเลย พอเข้าที่พักเสร็จก็กะว่าจะไปปั่นชิลๆยามเย็นติดกระเป๋ากล้องถ่ายรูปเรียนร้อยดันมีเรื่องเพื่อนให้ช่วยเหลือเรื่องเงิน..เลยต้องขับรถหาตู้ฝากเงินเพื่อโอนเงินให้ กว่าจะเสร็จมืดเลย อดปั่น T__T

         คืนแรกเลยรีบนอน เตรียมของจัดจักรยานให้เรียบร้อย แต่ก็เกือบเที่ยงคืน zzZzzz
         06.00 น. ตื่นแต่เช้า ออกไปปั่นวอร์มขาสักนิดไม่ได้ปั่นมา 1-2 วัน จากที่พัก ผ่านที่จัดงาน ผ่าน 2-3 เนิน เป้าหมายคือ 7-11 หน้าปากทางเข้าก่อนเลี้ยวมาถึงสถานที่จัดงาน ได้ระยะทาง ไป-กลับ ประมาณ 12 กม. กินสปร์นเซอร์แล้วก็ปั่นกลับ ปั่นผ่านเนินก่อนเข้าเส้นชัย 2 เนิน ลองปั่นดูสามารถปั่นผ่านไปได้ โดยไม่ต้องจูงจักรยาน (รถจักรยานไม่มีเกียร์) แล้วก็กลับไปที่พัก กินอาหารเช้าและก็นอนต่อเก็บแรง 5555+

        11.00 น. หลับๆตื่นๆ อาบน้ำเก็บของสั่งข้าวมากิน เช็คเอ้า เก็บของขึ้นรถ ระหว่างขนของขึ้นรถเจอพี่ๆ 3 คนมาปั่นงานเดียวกันทักทายกันนิดหน่อย พี่คนหนึ่งพอเห็นจักรยานเราคันน้อยๆ อมยิ้มและก็แซวว่าทางท่าจะจูงเยอะเลย เหนื่อยแน่ๆ ก็ยิ้มตอบไม่ได้พูอะไร แต่ในใจดูถูกรถจิ๋วซะแล้ว 5555+ เก็บของขึ้นรถและก็ไปลงทะเบียน เริ่มมีคนทะยอยมากกันละ หาที่จอดรถก่อน

        12.30 น. เริ่มเปิดลงทะเบียน รับเอกสาร รับเสื้อ สอบถามเส้นทาง นิดหน่อย ความจริงหาเรื่องคุย น้องๆน่ารักดี ^____^ Mc ประกาศพูดคุยไปเรื่อยๆ สรุปจากเดิมเริ่มปั่น 14.00 น. เลื่อนไป 15.00 น. ว๊ากกกๆๆๆๆ เหลือเวลาอีกนานรีบมาทำไมนี่ตรู ลงทะเบียนเสร็จก็หาที่พักก่อน ไปยั่งร้านน้ำกินน้ำเขียวรอ 2 ชั่วโมง กำ!!!

        15.00 น. เริ่มปั่น ก่อนปั่นมีพิธีการนิดหน่อย มีบันทึกเทป โปรโมทการท่องเที่ยวไทย ด้วย ททท. นาวินต้าร์ ก็มามาถึงไม่มีใครสนใจ Mc เลย 555+ เราอาศัยไปเริ่มต้นใกล้ๆน้อย ไม่อยากปั่นตามเค้ามากนัก เริ่มปั่นออกตัวกลุ่มนำก็นำลิ่วววๆๆๆๆ ไปเลยเราก็พยายามแซรกตัวแซงกลุ่มกลางๆเร่งตามกลุ่มนำ ปั่นไปสักพักก็เจอคนที่หลุดกลุ่มนำมา 3-5 คนแซงเค้าบาง เค้าแซงกลับบ้าง อยู่อย่างนี้ตลอดเส้นทาง เจอเนินก็ตายๆๆๆ เค้ามีเกียร์ปล่อยให้นำไป พอทางตรงก็แซงคืน 5555+ แต่ส่วนใหญ่แซงกลับหมด ลงเดินไป 3-4 เนิน ไม่ไหวหายใจไม่ทัน ปั่นไปเรื่อยๆ 2 เนินสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย เจอพี่ผู้หญิงแซงเค้าไป แล้วก็โดนแซงกลับ 5555+ ไม่ไหว ยอมๆๆๆ สุดท้ายก็เดิน 2 เนินนี้เมื่อตอนเช้าลองปั่นขึ้นไหวด้วย แต่ตอนนี้ไม่ไหว เดินขึ้นอย่างเดียวยังเกือบไม่ไหว ตอนเดินสุดท้ายหายใจไม่ทัน รู้สึกหมดแรงสุดๆเหมือนจะตายเอา มี 3-4 คันมาแซงเราตอนเนินสุดท้าย ยกนิ้วโป้งให้ เยี่ยมเลยๆๆ เก่งมา 5555+ ปลื้มใจนิดหน่อยแต่ตอนนั้นหายใจไม่มทันละ เป็นครั้งแรกที่ปั่นแข่งแล้วเจอแดดแรงขนาดนี้ ครั้งแรกที่เมอืงกาญฯ ปั่นตอนเช้าแดดยังไม่ค่อยแรง

สุดท้ายก็เข้าเส้นชัยจนได้ ปั่นตามพี่ผู้หญิงคนนั้นและเข้าเส้นชัย เข้าไปเซ็นชื่อบอกหลายเลข B110 ลำดับที่ 45 มีพี่ๆมองกันนิดหน่อย มันมาได้ไงว่ะไอ้รถพับคันเล็กๆ พี่คนหนึ่งเดินเข้ามา สุดยอดเลยพี่ปั่นเข้ามากลุ่มแรกๆ เข้าก่อนพวกเสือหมอบตั้งหลายคัน 5555+ นั่งหอบเป็นหมาหอบอยู่นาน แล้วก็เข้าไปเดินข้างในงาน มีวงดนตรี อาหารให้กิน บรรยากาศดีมากๆ อาหารอร่อยดี (หรือหิวฟะ) ฟังเพลงไปเรื่อยๆ นักปั่นคนอื่นก็ทะยอยเข้าเส้นชัยตามๆกัน

เหนื่อยนะ แต่ก็ภูมิใจที่ปั่นเข้าเส้นชัยได้ นั่งพักเป็นชั่วๆ ก็ยังไม่เห็นจะมาพิธีการอะไร บางคนทะยอยกลับ เลยเดินๆเล่น แล้วก็กลับไปที่รถ ขับรถกลับ กทม.เลย ระหว่างทางเกือยหลับในเลยต้องจอดนอนปั้มแปปนึง จึงขับต่อ ถึงบ้านปลอยภัย ครับๆๆ

    เก็บตก...ความรู้สึก 2 ครั้ง

- ปั่นเมืองกาญฯ ออกช่วงกลางๆ ปั่นแซงเค้าไปเรื่อยๆ เจอนักปั่นหลายคนปั่นตามกันเยอะมากๆ ทักทาย ชมกันมาได้ไงฟะรถพับ แรงดีจัง ปั่นตามเสือหมอบได้ด้วย รู้สึกมีเพื่อนตลอดทาง

- ปั่นสวนผึ้ง ออกตัวช่วงแรกๆ ตามกลุ่มนำไม่ทัน เจอนักปั่นคนท่หลุดจากกลุ่มนำ 5-10 คน ส่วนกลุ่มตามไม่เจอใครเลย มาเจอตอนท้ายๆที่เค้าปั่นแซงเรา รู้สึกเงียบเหงาไร้เพื่อนยังไงบอกไม่ถูก เจอแต่พี่นักปั่นจากราชบุรีเสื้อส้ม แซงกันไปมาหลายรอบ ทักทายกันบ้าง สุดท้ายพี่เค้าก็จากไปเข้าเส้นชัยก่อน 5555+ ไม่เป็นไรเอาใหม่ คราวหน้าออกตัวมันคนสุดท้ายเลยดีมั้ย ^_____^

    สรุปโดยรวมงานจัดดีมากๆครับ บรรยากาศดีสวยงาม ถ้ามีจัดอีกต้องไปใหม่ ^____^

    ความสุขไม่ได้เกิดตอนได้เหรียญ...แต่มันสุขสุดๆตอนที่ปั่นเข้าเส้นชัยได้ ตรูๆๆๆทำได้ 5555+

เจ้าป่า ijaopaTrip (13-09-57)

ผู้ร่วมงาน เข้าลำดับที่ 45 (จากผู้ลงทะเบียน 400 คน)

ระยะทาง 30 กม.

เวลา 1.13.44 ชม.

AV 24.44 km/h

Max speed 55.8 km/h


Welcome to Punkaewai Blog

     Blog ปั่นแค่ไหว จัดทำขึ้นเพื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างการแข่งขัน ที่สนุกสนาน เฮฮา สร้างแรงบันดาลใจ ให้ใคร ๆ หลาย ๆ คนมีความคิดอยากออกกำลังกาย อยากดูแลตัวเอง โดยในบล็อกนี้ข้อมูลจะนำมาจากเพจ "ปั่นแค่ไหว" เนื่องจากการออกกำลังกายควรทำเท่าที่ร่างกายตัวเองไหว จึงคิดว่าน่าจะเป็นที่มาของชื่อเพจ และ เนื่องจากเจ้าของเรื่องราวเริ่มต้นจากการปั่นจักรยาน "ล้อเล็ก 14 นิ้ว" เรื่องราวการปั่นจักยานจึงอาจจะมีมากสักหน่อย
 
นอกจากนี้ยังมีข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมดีดีที่น่าสนใจ ทริปจักรยานที่จัดขึ้นโดย เพจปั่นแค่ไหว กิจกรรมวิ่งมาราธอน มาฝากสำหรับทุกคนที่รักการปั่นจักรยาน รักการวิ่ง อยากเห็นทุกคนให้ความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และหันมาออกกำลังกายกันมากยิ่งขึ้น
ปั่นแค่ไหว…ไม่ไหวก็จูง
 

      ปั่นแค่ไหวบล็อก คือ เว็บไซค์กีฬามาธอนเพื่อความบันเทิง ที่บอกเล่าเรื่องราวการแข่งขันในแต่ละชนิด เพื่อการออกกำลังกายเท่านั้น และในแต่ละครั้งที่ได้ทำการแข่งขันอาจทำให้ผู้แข่งขันได้ค้นพบโลกใบใหม่ ในมุมมองใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ วิธีคิดใหม่ๆ และมิตรภาพที่น่ารักของสังคมคนรักสุขภาพรักการออกกำลังกาย ทำให้หลงใหล และรักการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น จนทำให้ตัวท่านเองต้องหันไปพัฒนาศักยภาพตัวเองเพื่อการแข่งขันเพื่อสุขภาพและความสุขอย่างจริงจังเพิ่มขึ้น ในชีวิตประจำวัน สามารถที่จะเดินทางไปในเส้นทางสายสุขภาพได้อย่างสมบูรณ์ และสมดุลย์กันตลอด เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการแข่งขันแต่ละประเภทไว้(ส่วนใหญ่ก็เน้นไปทางปั่นจักรยาน) เหมือนเป็นบันทึกเก็บไว้ให้ย้อนกลับมาดูภายหลัง คิดว่ามันจะเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับเรา สำหรับการเริ่มต้นที่จะออกกำลังกายและดูแลสุขภาพตัวเอง แต่พอได้เข้ามาในวงการจักรยานแล้ว มันเหมือนเราหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เราไม่ต้องสนใจอะไรเลย…ว่าแต่ละคนจะมาจากไหน ใช้จักรยานอะไร ยี่ฮ้ออะไร แพงมั้ย ทำงานที่ไหน รวย จน เป็นผู้บริหาร เจ้าของบริษัท เป็นลูกจ้างธรรมดาๆ กำลังตกงาน เครียด หรือทุกข์ใจอยู่ แต่ถ้าคุณอยากออกกำลังกายและมาปั่นจักรยานด้วยกันเราก็สามารถปั่นร่วมกันได้ เราคุยกันด้วยภาษาจักรยานได้อย่างสบาย และมีความสุข “ปั่นแค่ไหว ไปแค่ใจถึง(สุข)”


 จริงๆแล้วนี้คือชื่อแรกที่ใช้ตั้งชื่อเพจ โดยวันที่ซื้อจักรยานล้อเล็กมาวันแรกก็เอาออกไปปั่น ระหว่างปั่นก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยนะ เหนื่อยมาก เพราะเราไม่ได้ออกกำลังกายมานาน จนพูดกับตัวเองว่า ปั่นแค่ไหวละกันวะ ปั่นเท่าที่เรามีแรง ปั่นแค่ที่เรายังมีความสุขกับการปั่นก็พอ อย่าฝืนร่างกายตัวเอง หรือฝืนตามคนอื่นเข้า “ปั่นแค่ไหว” ก็พอ หลังจากปั่นคนเดียวใน สนามเขียว อยู่ 3 เดือน โดยไม่ค่อยมีเพื่อนเลย ก็เริ่มรู้สึกเบื่อๆอยากมีเพื่อนบ้าง เลยเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับทริปจักรยาน และก็ได้เริ่มออกทริปต่างๆมากมาย แต่พอไปออกทริปหรืองานต่างๆ ก็มักจะไม่ค่อยมีรูปตัวเองเลย เพราะว่าปั่นช้าเข้าทีหลังตลอด จนช่วงหลังๆเลยแบกกล้องไปด้วยซะเลย คราวนี้ละรูปเพียบ อยากถ่ายตรงไหนก็ถ่าย และก็ยังถ่ายรูปเพื่อนๆมาลงเพจอีกด้วย จนเริ่มมีคนรู้จักเพจและมากดไลค์ จำได้ว่า 100 ไลค์แรกใช้เวลาประมาณ 4 เดือน มันยาวนานมากๆ 555+ หลังจากผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าชื่อเพจมันยาวไป เรียกยาก จำยาก เลยตัดประโยคหลังออกไปเหลือแค่คำว่า “ปั่นแค่ไหว” มันเป็นชื่อที่ชอบมากๆและมีความหมายดี มีหลายๆคนที่ได้ยินครั้งแรกแล้วก็ชอบเหมือนเรา ก็ทำให้เราปลื้มใจไปด้วย