แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ bike แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ bike แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562

ปั่นครบ 4 เดือน 2,047 km

ปั่นครบ 4 เดือน 2,047 km

ปั่นจักรยานล้อ 14 นิ้ว ไม่มีเกียร์ มา 4 เดือน รวมระยะทางประมาณ 2,047 km.
เนียนๆไปออกทริปกับกลุ่มต่างๆประมาณ 23 ทริป เบาบ้างหนักบ้าง ปั่นเกิน 100 km. ไป 3 ทริป (เสียดายทริปล่าสุดได้แค่ 96 km.ไม่ถึงร้อยโลฯ)ได้ข้อสรุป...ให้กับตัวเองว่า!!ปั่นจักรยานล้อ 14 นิ้ว ไม่มีเกียร์ มา 4 เดือน รวมระยะทางประมาณ 2,047 km.

เนียนๆไปออกทริปกับกลุ่มต่างๆประมาณ 23 ทริป เบาบ้างหนักบ้าง ปั่นเกิน 100 km. ไป 3 ทริป (เสียดายทริปล่าสุดได้แค่ 96 km.ไม่ถึงร้อยโลฯ)

ได้ข้อสรุป...ให้กับตัวเองว่า!!

"รถแพง...แต่แรงไม่มี...ตรูแซงแน่ๆ " 555+

"รถแพง...แรงดี...ทางตรงๆยาวๆ...ตรูยอม! " 555+

"ปั่นขึ้นเขา...ขึ้นเนิน...ตรูยอมจูงๆๆๆๆ ฝืนไปเหนื่อยป่าวๆ "

"ปั่นจักรยาน...ได้อยู่กับตัวเอง มุ่งไปข้างหน้า...ความสุขรออยู่ที่จุดหมายปลายทางในการปั่น"

ปั่นบ่อยๆร่างกายจะปรับสภาพเอง ทำให้แข็งแรงขึ้น ทนขึ้น อึดขึ้น เหนื่อยช้าลง พยายามปั่นรักษาระดับที่เราปั่นไหว ปั่นได้นานๆ มันจะชินไปเอง...

เมื่อก่อนตั้งใจปั่นออกกำลังกาย ตอนนี้เพิ่มเป้าหมายไปอีกอย่างคือ...ปั่นเที่ยว...ไปด้วย. __^

เริ่มสนุกกับการปั่นออกทริป มันส์ สนุก มิตรภาพ ได้เพื่อน  และได้เที่ยว (น้องสิงโตฯ ชอบม๊าก!)

ปั่นต่อไป....ปั่นแค่ไหว ไปแค่ใจถึง(สุข)

เจ้าป่า... 14-10-57

ปล.ความคิดเห็นส่วนตัว...มิได้อ้างอิงกับใครทั้งสิ้น


100 กิโลเมตร แรกในชีวิต (157.5 km.)

100 กิโลเมตร แรกในชีวิต (157.5 km.)

ijaopaTrip@17 เกียร์เดียว ลุยเดี่ยว ปั่นเที่ยวเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก
เริ่มปั่นจักรยานมาได้ 3 เดือน ล้อ 14 นิ้วเกียร์เดียว ตั้งใจปั่นลดพุง แต่ช่วงหลังเน้นปั่นเที่ยวออกทริปเนียนๆไปกับเค้าเรื่อยๆ ปั่นไกลสุดแค่ประมาณ 83 กม. ตั้งใจมานานว่าสักวันจะต้อง...ijaopaTrip@17 เกียร์เดียว ลุยเดี่ยว ปั่นเที่ยวเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก

เริ่มปั่นจักรยานมาได้ 3 เดือน ล้อ 14 นิ้วเกียร์เดียว ตั้งใจปั่นลดพุง แต่ช่วงหลังเน้นปั่นเที่ยวออกทริปเนียนๆไปกับเค้าเรื่อยๆ ปั่นไกลสุดแค่ประมาณ 83 กม. ตั้งใจมานานว่าสักวันจะต้อง...ปั่นให้ถึง 100 กิโลเมตร และแล้วเมื่อวาน(23-09-57) ก็เกิดคึกขึ้นมา วางแผนตั้งแต่คืนวันที่ 22 กันยายน 57 ว่าจะปั่นรอบกรุงเทพ 100 กิโลเมตร ให้ googleMap คำนวนเส้นทางเรียบร้อย  ลิ้งค์แผนรอบกรุงเทพ https://goo.gl/maps/AOjdW

แล้วก็รีบนอน...ก่อนหลับนึกในใจปั่นในกรุงเทพ รถเยอะ รถติด หลุมเยอะ จะปั่นไหวป่าวฟะ?????  เอาไงดี...ไปนครนายกมั้ย ที่อยากไปมานาน คิด คิด คิด ๆๆๆๆ  เอาวะนครนายกดีกว่า  แล้วก็เตรียมจักรยาน อะไหล่ยางใน ที่ปะยาง ไฟ ที่สูบลมหาไม่เจอ ว๊ากๆๆๆ และจัดสัมภาระใส่กระเป๋า 1 ใบ เตรียมกระเป๋าตัง เสื้อผ้าหนึ่งชุด กะว่าจะไปเล่นน้ำด้วย ดูแผนที่ไปเขื่อนนิดหน่อยก่อนนอน  zzZzzzZ

ตั้งนาฬิกาปลุกตี 4 แต่ตื่นจริงๆประมาณ 06.30 น. รีบอาบน้ำ แต่งตัว จัดจักรยาน พาลูกชายไปอึ ให้อาหารไว้ แล้วก็ลาลูกชายพ่อไปเที่ยวนะแปปเดียวค่ำๆก็กลับละ 5555 กะว่าไปถึงสักบ่ายสองปั่นกลับมาถึงสัก 3-4 ทุ่ม  เอาเข้าจริงกว่าจะได้ออกจากบ้านก็ 07.35 น.

เส้นทางที่ดูไว้ คือ  ห้วยขวาง - แยกเหม่งจ๋าย - ถนนประชาอุทิศ - วัดเทพลีลา - ถนนรามคำแหง - ถนนนิมิตใหม่ - ถนนลำลูกกา - ทางหลวงปทุมธานี 3015 - ถนนรังสิต นครนายก - ทางหลวงแผ่นดิน 3049 -เขื่อนขุนด่านฯ  ลิ้งค์แผนที่จริง https://goo.gl/maps/gZzV1

ปั่นออกจากบ้านแวะไปร้านซ่อมจักรยานเติมลมก่อนเพราะยางอ่อน ที่สูดลมก็หาไม่เจองานนี้ถ้ายางแตกมีเฮแน่ๆ 555+ ปั่นไปเรื่อยๆรถก็ไม่เจอมากนะแต่เสียวข้างหลังเพราะลมติดกระจกมองหลังมาแวะ 7-11 กินสปอร์นเซอร์และก็กล้วยลห้อม เติมแรงก่อน ปั่นผ่านถนนรามคำแหงกว่าจะไปเข้าถนนนิมิตใหม่นานพอสมควร เริ่มหิวข้าว 9 โมงกว่าละ มีร้านอาหารหลายร้านเลยเส้นนี้ แต่เจอแต่อาหารใต้ไม่ค่อยชอบกลัวเผ็ด ปั่นไปเรื่อยหวังน้ำบ่อหน้า สุดท้ายก็ไม่ได้กิน พอเข้าเลี้ยวขวาถนนลำลูกกาเริ่มไม่ไหวละ เข้า 7-11 หาข้าวและน้ำกิจก่อนดีกว่า 555+ ข่าวพะแนงหมูไข่เจียวอร่อยมาก ชอบกินอยู่ละ หยุดกินข้าว กินน้ำแดง สักแปป แล้วไปต่อ

อากาศร้อนโครตๆๆๆๆๆๆๆ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงปทุมธานี 3015 ข้างๆสนามกอล์ฟ ถนนดีมากๆ เพิ่งลาดยางใหม่ แต่รู้สึกไกล และเปลี่ยวมากๆ เจอชาวบ้าน ชาวนา รถไถนา และเด็กๆ คิดในใจ ตรูไม่กลับทางนี้แน่ๆถ้ามึดๆโดนฉุดแน่ตรู

และในที่สุดก็ทะลุถนนรังสิต-นครนายก จะได้แวะปั้มอีกสักทีร้อนมากๆ ปั่นมาสักพักแวะเจอปั้มก็เติมน้ำ สปอร์นเซอร์ และก๋กาแฟสักแก้ว หยุดนานพอสมควรเพราะอากาศร้อนแล้วก็ไปต่อสู้โว้ยๆๆๆๆๆๆๆๆ ถนนเริ่มดีมีไหล่ทางให้ปั่นแต่ร้อนมากๆ ปั่นๆๆๆๆปั่นไปๆๆๆ ห้ามบ่นๆๆๆ นึกในใจตรูปั่นมาทำไมฟะนี่ 5555+

และแล้วความภูมิที่สุดก็มาถึง ระหว่างก่อนถึงบ้านนาช่วง 8-9 กิโลเมตร  GPS บอกระยะทาง 100 กิโลเมตร แรกในชีวิตก็มาถึง ดีใจ ภูมิ ถ่ายรูป เช็คอินไว้เป็นหลักฐานสักหน่อย รู้สึกบ้าบอยังไงบอกไม่ถูก 55555 วันหลังผ่านไปจะต้องแวะไปกราบสักหน่อย ^___^

แล้วก็ปั่นต่อไปเรื่อยๆ ทำความเร็วหน่อย 30+ เพราะรู้สึกว่าช้าเกินไปละ ปั่นไปผ่อนไป สักพักก็ถึงทางเลี่ยงเมืองเข้าสู้ถนนที่จะไปเขื่อนขุนด่านฯ ถนนดีทำใหม่ แต่ร้อนมากๆระยะทางบอกเหลืออีกสิบกว่าโลฯ รีบไปรีบปั่น สุด้ทายไปแวะตรงตลาดโรงเกลือ ถ่ายรูปกลับหลักกิโลฯยักษ์ แวะเติมน้ำ กินน้ำแดงอีกสักแก้ว แล้วก็ไปต่อ ตอนนั้นดูอุณหภูมิ 35 องศา สุดยอดดดดดดๆๆๆๆๆๆ แล้วก็นึกในใจ ตรูมาทำอะไรฟะนี่...ร้อนชิหาย 5555+

ปั่นไปสักก็ถึงหน้าเขื่อนเลี้ยวซ้ายขึ้นเขื่อนไปเลยๆๆ แต่ปั่นไปได้นิดเดียวจูงดีกว่า แวะถ่ายรูปเนินตามทางนิดหน่อย เนินชันมากๆ จูงตลอดทางๆๆขึ้นเขา และก็เจอเด็กแว้นๆๆ ทักทายก่อนถึงสันเขื่อน "รถเล็กไปหรือป่าวพี่?" ไม่ได้ตอบโต้อะไรส่งยิ้มให้นิดหน่อย แล้วก็ขึ้นไปถึงประมาณ 4 โมงเย็น หามุมถ่ายรูปจัดไปหลายๆภาพ หาคนถ่ายให้ด้วย อากาศร้อนแต่เจ้าหน้าที่จัดภูมิทัศน์สวยมากๆ เหมือนกำลังจะรอต้อนรับใคร ไปครั้งหน้าคงเรียนร้อยสวยงามขึ้นไปถ่ายรูปช่วงเย็นๆคงจะดี นั่งโพสรูปให้ชาวโลกดูว่าตรูมากถึงแล้วๆๆๆ 5555+ อยู่ข้าวบนเป็นชั่วโมงแล้วก็ปั่นลงเนินมามันส์มากๆ วิ่งฉิวเลยๆๆ แวะมาถ่ายรูปต่อที่หน้าเขื่อนฯ ลงไปเดินแช่น้ำที่หน้าเขื่อนพาลูกชายเล่นน้ำถ่ายรูป แล้วก็เริ่มคิดหาทางกลับละ กลับไงดีฟะ?

ที่แรกก็คิดว่ากลับไม่ทันก็นอนสักคืนแต่ๆๆๆ พรุ่งนี้มีงาน แล้วลูกชายต้องรอแน่ๆ นั้นกลับดีกว่าตรูๆๆๆ แวะถามหาวินรถตู้ เพื่อนๆในเฟสก็แนะนำ แนะรถหมดซะแล้วๆๆๆๆ ไม่เป็นไรหาข้าวกินก่อน ชิวชิว กลับไม่ทันก็หาที่นอน แวะกินข้าว ร้านครัวชมจันทร์ปลาแม่น้ำ จัดไป 2 เมนู ปลาหมึกผัดไข่เค็ม และก็ปลากระพงผัดฉ่า ข้าวสองจานอิ่มแป้ อร่อยมากๆ กิจเสร็จติดไฟหน้ารถพร้อมลุยต่อ เป้าหมายคือ บขส.นครนายก

ปั่นไปได้แป๊ป เจอไอ้เด็กแว้นแก๊งค์เดิม 2-3 คัน ผ่านมาทักทายอีกรอบ "สุดยอดเลยยยพี่ สู้เค้าๆๆ สู้ๆๆๆ" ในใจช่วงนี้ไฟทางสว่างก็ไม่เป็นไร ช่วงมึดๆมันกลับมาทุบตรูทำไงฟะ  555+ ผ่านไปไม่ถึงกี่นาทีพวกมันจอดมอร์ไซค์กันซะงั้นข้างหน้า ซะงักนิดนึง!!! อ๋อหยุดฉี่กันนี่เอง แล้วก็ทักทายกันเหมือนเดิม ปั่นแซงไป สักพักมันก็ขับแซงไปตบท้ายด้วยคำทักทาย "สู้ๆๆ นะพี่ สุดยอดๆๆๆ" อืมมมม ขอบใจนะ 555+

ปั่นไปมึดมากๆ ดีนะไฟหน้าสว่างมากๆ เพิ่งซื้อมาหมดไปหลายพันจัดเต็มแรงยิ่งกว่าไฟมอร์ไซค์อีก อิอิ ปั่นไปสักเพือเสือภูเขา 4-6 คันปั่นแซงไปทักทายดีใจมีเพื่อนแล้วตรู ปั่นตามไปติดๆไฟเค้าก็ไม่สว่างกันก็กะจะส่องให้ แต่หันไปเค้ามีรถเซอร์วิสส่องไฟปิดท้ายก็เลยให้รถเค้าแซงไปส่องทางให้ แล้วเราก็ปั่นตามตูดรถเซอร์สวิสไป..สักพักเค้าก็หยุดพักกัน ก็แซงไปทักท้ายคิดว่าคงนอนรีสอร์ทแถวๆนี่ ปั่นเดี่ยวต่อไปโครตมึดเลยจนถึงโลตัสใหญ่จอดพักกินน้ำ เสือหมอบก็ปั่นแซงไปทักทายกัน เค้าจอดติดไฟแดงกะว่าจะไปถามทางสักหน่อย ไม่ทันซะงั้น เลยปั่นเข้าเมืองแวะ 7-11 เติมพลัง ถามทางไป วินรถตู้ และ บขส. รถตู้หมดละเลยไป บขส.ดีกว่า  ปั่นไปถึงถามลุงรถหมดยัง โชคดีเหลืออีกคันเที่ยวสุดท้าย 20.30 น.  สบายๆๆๆๆ รอดตายแล้วตรู 5555+ แต่จริงๆแล้วไม่ได้กังวนอะไรเลย เพราะปกติเที่ยวคนเดียวบ่อยอยู่ละ ไม่มีรถก็หาที่นอน ชิวชิว ^_____^

กว่ารถจะมาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมง แวะ 7-11 อีกรอบ ไปตอกแอร์ รอซื้อน้ำส้มกล่องเดียว รอ รอ รอ รอ ๆๆๆๆ  สักพักรถมา พับรถลงใต้ท้องรถบัส ขึ้นไปคนไม่เยอะเท่าไหร่ประมาณ 10 คน แต่พูดภาษาอะไรฟะฟังไม่รู้เรื่อง 5555 ต่างชาติ(อาเซียน) นี่เอง

ถึงกรุงเทพ ลงก่อนเข้าหมอชิต นั่งแท็คซี่ต่อเข้าบ้าน จบทริปถึงบ้านปลอดภัย สนุกมากๆๆๆ

จบข่าว....พิชิตหนึ่งร้อยกิโลฯแรกในชีวิต 157.5 km

เจ้าป่า  ijaopaTrip  (24-09-57)

เดินทาง         วันอังคารที่   23 กันยายน  2557

ระยะทาง        ห้วยขวาง - เขื่อนขุนด่านฯ            = 131.8  km. (8:10 ชั่วโมง)

ระยะทาง        เขื่อนขุนด่านฯ - บขส.นครนายก   = 25.7  km.

ระยะทางรวม                                                       = 157.5  km.


สถิติใหม่ Max Speed

สถิติใหม่ Max Speed

ไปเนียนๆ ปั่นกับเค้ามา งาน Chill Bike Party @ Kanchanaburi
(ต้องปั่นไปให้ถึงวัดฯบนเขา เพื่อรับริสแบนด์สีฟ้า...แล้วก็ปั่นกลับมาเข้าเส้นชัยที่เดิม)
เป็นการปั่นแข่งครั้งแรก ลงทะเบียนก็ไม่ทัน กะปั่นไปชิลๆและเอาฮาเฉยๆ.....ไปเนียนๆ ปั่นกับเค้ามา งาน Chill Bike Party @ Kanchanaburi

(ต้องปั่นไปให้ถึงวัดฯบนเขา เพื่อรับริสแบนด์สีฟ้า...แล้วก็ปั่นกลับมาเข้าเส้นชัยที่เดิม)

เป็นการปั่นแข่งครั้งแรก ลงทะเบียนก็ไม่ทัน กะปั่นไปชิลๆและเอาฮาเฉยๆ

ไม่ได้สำรวจเส้นทางอะไรเลยๆๆๆๆ เห็นเค้าปั่นเร็วก็ปั่นตามเค้า

เจอเนินยาวๆๆ และก็เนินชันก่อนถึงวัดฯแทบตายๆๆ (จูงจักรยาน 2 รอบ )

แต่ขากลับลงเขามันส์มากๆครับ ได้ความเร็วสูงสุดสถิติใหม่ให้กลับตัวเอง เลยครับ __^

ปกติเคยปั่นได้แค่ไม่เกิน 45 km/h ช่วงสั้นๆไม่กี่เมตร เลยแอบภูมิใจเล็กน้อย แต่คนอื่นคงได้เป็นร้อย 555+

สิ่งที่ได้เรียนรู้ คือ ศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนปั่นว่ามีเนินเยอะมั้ยจะดีมาก และอย่าปั่นเร่งตามคนอื่นเค้า....ปั่นเท่าที่เราซ้อมมาก็พอ _____^

ระยะทาง 45 km

เวลา 1.41.25 h

AV 26.6 km/h

Max Speed 62.6 km/h

จักรยาน --->น้องเจ้าป่า Crius smart 2.0 , 14 นิ้ว


เหรียญแรก....ของการปั่น

เหรียญแรก....ของการปั่น

ไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา...
เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)ไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา... เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)เหรียญแรก....ของการปั่นไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา...เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)ไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา... เป็นการปั่นอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 ต่อจากงานที่เมืองกาญฯ (ลงทะเบียนไม่ทันที่เมองกาญฯ)เหรียญแรก....ของการปั่นไปเนียนๆปั่นกับเค้ามา...

งานที่สวนผึ้ง : The Cycling of healthy Life At Suanphueng

วันที่ : 13 กันยายน 2557

สถานที่จัดงาน : The Scenery Vintage Farm

กิจกรรม : ร่วมปั่นจักรยานชิวชิว สไตร์ชาวสวนผึ้ง ทำกิจกรรมต่างๆ และAfter Party และ Mini Concert กับศิลปินชื่อดัง

เซเลป : คุณนาวินต้าร์ และนักปั่นสาวสวนผึ้ง



http://hellomarathon.tk
เหรียญแรกที่ได้มา
       
 เดินทางไปล่วงหน้าก่อน 1 วัน ตั้งใจจะไปสำรวจเส้นทาง อยากรู้ว่ามีเนินมากน้อยแค่ไหน ไม่อยากซ้ำรอยเหมือนงานปั่นที่เมืองกาญฯ นึกว่าทางเรียบๆปั่นเร่งตามเค้าไป เจอเนินยาวๆและชันๆแทบแย่เพราะแรงหมด เส้นทางสวยงาม..ร่มรื่นดีช่วงเขาแต่วันจริงร้อนมากๆๆๆ ไปถึงก็แวะดูสถานที่จัดงาน....ยังไม่มีอะไรเลย และก็ไปวนรถดูเส้นทาง พอดีเจอสีพ่นที่เส้นทางบอก...เส้นทางการปั่นเป็นระยะๆ ก็เลยขับตามสบายเลยไม่หลง เจอเนินพอสมควร เยอะกว่าที่เมืองกาญฯ อีกๆๆ ตายแน่ๆตรูๆๆๆๆ 5555+ ขับรถวนดูจบหนึ่งรอบ พอรู้เส้นทางบ้างแล้วก็วนหาที่พักต่อทันที่ไม่ได้จองมา

         วนดูหลายที่ก็ไปถูกใจที่ ทิวเขาสวนผึ้งรีสอร์ท วิวสวยดี ค่าที่ 1,500 บาท แต่เจ้าของใจดีเห็นว่าไปคนเดียวลดให้เหลือ 1,200 บาท ท่าไปหน้าหนาวคงจะดีมอกคงเยอะ...แต่ตอนนี้กลางวันร้อนมากๆ ว๊ากๆๆๆๆๆๆๆ บ้านที่พักชื่อ สอง เรา แต่ตรูไปคนเดียว T_____T 555+ ที่พักกว้างดีห้องน้ำเปิดไม่มีประตู มีแต่มู่รี่บังสายตา สามารถทำเป็นห้องนอนได้อีกห้องเลย พอเข้าที่พักเสร็จก็กะว่าจะไปปั่นชิลๆยามเย็นติดกระเป๋ากล้องถ่ายรูปเรียนร้อยดันมีเรื่องเพื่อนให้ช่วยเหลือเรื่องเงิน..เลยต้องขับรถหาตู้ฝากเงินเพื่อโอนเงินให้ กว่าจะเสร็จมืดเลย อดปั่น T__T

         คืนแรกเลยรีบนอน เตรียมของจัดจักรยานให้เรียบร้อย แต่ก็เกือบเที่ยงคืน zzZzzz
         06.00 น. ตื่นแต่เช้า ออกไปปั่นวอร์มขาสักนิดไม่ได้ปั่นมา 1-2 วัน จากที่พัก ผ่านที่จัดงาน ผ่าน 2-3 เนิน เป้าหมายคือ 7-11 หน้าปากทางเข้าก่อนเลี้ยวมาถึงสถานที่จัดงาน ได้ระยะทาง ไป-กลับ ประมาณ 12 กม. กินสปร์นเซอร์แล้วก็ปั่นกลับ ปั่นผ่านเนินก่อนเข้าเส้นชัย 2 เนิน ลองปั่นดูสามารถปั่นผ่านไปได้ โดยไม่ต้องจูงจักรยาน (รถจักรยานไม่มีเกียร์) แล้วก็กลับไปที่พัก กินอาหารเช้าและก็นอนต่อเก็บแรง 5555+

        11.00 น. หลับๆตื่นๆ อาบน้ำเก็บของสั่งข้าวมากิน เช็คเอ้า เก็บของขึ้นรถ ระหว่างขนของขึ้นรถเจอพี่ๆ 3 คนมาปั่นงานเดียวกันทักทายกันนิดหน่อย พี่คนหนึ่งพอเห็นจักรยานเราคันน้อยๆ อมยิ้มและก็แซวว่าทางท่าจะจูงเยอะเลย เหนื่อยแน่ๆ ก็ยิ้มตอบไม่ได้พูอะไร แต่ในใจดูถูกรถจิ๋วซะแล้ว 5555+ เก็บของขึ้นรถและก็ไปลงทะเบียน เริ่มมีคนทะยอยมากกันละ หาที่จอดรถก่อน

        12.30 น. เริ่มเปิดลงทะเบียน รับเอกสาร รับเสื้อ สอบถามเส้นทาง นิดหน่อย ความจริงหาเรื่องคุย น้องๆน่ารักดี ^____^ Mc ประกาศพูดคุยไปเรื่อยๆ สรุปจากเดิมเริ่มปั่น 14.00 น. เลื่อนไป 15.00 น. ว๊ากกกๆๆๆๆ เหลือเวลาอีกนานรีบมาทำไมนี่ตรู ลงทะเบียนเสร็จก็หาที่พักก่อน ไปยั่งร้านน้ำกินน้ำเขียวรอ 2 ชั่วโมง กำ!!!

        15.00 น. เริ่มปั่น ก่อนปั่นมีพิธีการนิดหน่อย มีบันทึกเทป โปรโมทการท่องเที่ยวไทย ด้วย ททท. นาวินต้าร์ ก็มามาถึงไม่มีใครสนใจ Mc เลย 555+ เราอาศัยไปเริ่มต้นใกล้ๆน้อย ไม่อยากปั่นตามเค้ามากนัก เริ่มปั่นออกตัวกลุ่มนำก็นำลิ่วววๆๆๆๆ ไปเลยเราก็พยายามแซรกตัวแซงกลุ่มกลางๆเร่งตามกลุ่มนำ ปั่นไปสักพักก็เจอคนที่หลุดกลุ่มนำมา 3-5 คนแซงเค้าบาง เค้าแซงกลับบ้าง อยู่อย่างนี้ตลอดเส้นทาง เจอเนินก็ตายๆๆๆ เค้ามีเกียร์ปล่อยให้นำไป พอทางตรงก็แซงคืน 5555+ แต่ส่วนใหญ่แซงกลับหมด ลงเดินไป 3-4 เนิน ไม่ไหวหายใจไม่ทัน ปั่นไปเรื่อยๆ 2 เนินสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย เจอพี่ผู้หญิงแซงเค้าไป แล้วก็โดนแซงกลับ 5555+ ไม่ไหว ยอมๆๆๆ สุดท้ายก็เดิน 2 เนินนี้เมื่อตอนเช้าลองปั่นขึ้นไหวด้วย แต่ตอนนี้ไม่ไหว เดินขึ้นอย่างเดียวยังเกือบไม่ไหว ตอนเดินสุดท้ายหายใจไม่ทัน รู้สึกหมดแรงสุดๆเหมือนจะตายเอา มี 3-4 คันมาแซงเราตอนเนินสุดท้าย ยกนิ้วโป้งให้ เยี่ยมเลยๆๆ เก่งมา 5555+ ปลื้มใจนิดหน่อยแต่ตอนนั้นหายใจไม่มทันละ เป็นครั้งแรกที่ปั่นแข่งแล้วเจอแดดแรงขนาดนี้ ครั้งแรกที่เมอืงกาญฯ ปั่นตอนเช้าแดดยังไม่ค่อยแรง

สุดท้ายก็เข้าเส้นชัยจนได้ ปั่นตามพี่ผู้หญิงคนนั้นและเข้าเส้นชัย เข้าไปเซ็นชื่อบอกหลายเลข B110 ลำดับที่ 45 มีพี่ๆมองกันนิดหน่อย มันมาได้ไงว่ะไอ้รถพับคันเล็กๆ พี่คนหนึ่งเดินเข้ามา สุดยอดเลยพี่ปั่นเข้ามากลุ่มแรกๆ เข้าก่อนพวกเสือหมอบตั้งหลายคัน 5555+ นั่งหอบเป็นหมาหอบอยู่นาน แล้วก็เข้าไปเดินข้างในงาน มีวงดนตรี อาหารให้กิน บรรยากาศดีมากๆ อาหารอร่อยดี (หรือหิวฟะ) ฟังเพลงไปเรื่อยๆ นักปั่นคนอื่นก็ทะยอยเข้าเส้นชัยตามๆกัน

เหนื่อยนะ แต่ก็ภูมิใจที่ปั่นเข้าเส้นชัยได้ นั่งพักเป็นชั่วๆ ก็ยังไม่เห็นจะมาพิธีการอะไร บางคนทะยอยกลับ เลยเดินๆเล่น แล้วก็กลับไปที่รถ ขับรถกลับ กทม.เลย ระหว่างทางเกือยหลับในเลยต้องจอดนอนปั้มแปปนึง จึงขับต่อ ถึงบ้านปลอยภัย ครับๆๆ

    เก็บตก...ความรู้สึก 2 ครั้ง

- ปั่นเมืองกาญฯ ออกช่วงกลางๆ ปั่นแซงเค้าไปเรื่อยๆ เจอนักปั่นหลายคนปั่นตามกันเยอะมากๆ ทักทาย ชมกันมาได้ไงฟะรถพับ แรงดีจัง ปั่นตามเสือหมอบได้ด้วย รู้สึกมีเพื่อนตลอดทาง

- ปั่นสวนผึ้ง ออกตัวช่วงแรกๆ ตามกลุ่มนำไม่ทัน เจอนักปั่นคนท่หลุดจากกลุ่มนำ 5-10 คน ส่วนกลุ่มตามไม่เจอใครเลย มาเจอตอนท้ายๆที่เค้าปั่นแซงเรา รู้สึกเงียบเหงาไร้เพื่อนยังไงบอกไม่ถูก เจอแต่พี่นักปั่นจากราชบุรีเสื้อส้ม แซงกันไปมาหลายรอบ ทักทายกันบ้าง สุดท้ายพี่เค้าก็จากไปเข้าเส้นชัยก่อน 5555+ ไม่เป็นไรเอาใหม่ คราวหน้าออกตัวมันคนสุดท้ายเลยดีมั้ย ^_____^

    สรุปโดยรวมงานจัดดีมากๆครับ บรรยากาศดีสวยงาม ถ้ามีจัดอีกต้องไปใหม่ ^____^

    ความสุขไม่ได้เกิดตอนได้เหรียญ...แต่มันสุขสุดๆตอนที่ปั่นเข้าเส้นชัยได้ ตรูๆๆๆทำได้ 5555+

เจ้าป่า ijaopaTrip (13-09-57)

ผู้ร่วมงาน เข้าลำดับที่ 45 (จากผู้ลงทะเบียน 400 คน)

ระยะทาง 30 กม.

เวลา 1.13.44 ชม.

AV 24.44 km/h

Max speed 55.8 km/h


Welcome to Punkaewai Blog

     Blog ปั่นแค่ไหว จัดทำขึ้นเพื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ระหว่างการแข่งขัน ที่สนุกสนาน เฮฮา สร้างแรงบันดาลใจ ให้ใคร ๆ หลาย ๆ คนมีความคิดอยากออกกำลังกาย อยากดูแลตัวเอง โดยในบล็อกนี้ข้อมูลจะนำมาจากเพจ "ปั่นแค่ไหว" เนื่องจากการออกกำลังกายควรทำเท่าที่ร่างกายตัวเองไหว จึงคิดว่าน่าจะเป็นที่มาของชื่อเพจ และ เนื่องจากเจ้าของเรื่องราวเริ่มต้นจากการปั่นจักรยาน "ล้อเล็ก 14 นิ้ว" เรื่องราวการปั่นจักยานจึงอาจจะมีมากสักหน่อย
 
นอกจากนี้ยังมีข้อมูล ข่าวสาร กิจกรรมดีดีที่น่าสนใจ ทริปจักรยานที่จัดขึ้นโดย เพจปั่นแค่ไหว กิจกรรมวิ่งมาราธอน มาฝากสำหรับทุกคนที่รักการปั่นจักรยาน รักการวิ่ง อยากเห็นทุกคนให้ความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และหันมาออกกำลังกายกันมากยิ่งขึ้น
ปั่นแค่ไหว…ไม่ไหวก็จูง
 

      ปั่นแค่ไหวบล็อก คือ เว็บไซค์กีฬามาธอนเพื่อความบันเทิง ที่บอกเล่าเรื่องราวการแข่งขันในแต่ละชนิด เพื่อการออกกำลังกายเท่านั้น และในแต่ละครั้งที่ได้ทำการแข่งขันอาจทำให้ผู้แข่งขันได้ค้นพบโลกใบใหม่ ในมุมมองใหม่ๆ เพื่อนใหม่ๆ วิธีคิดใหม่ๆ และมิตรภาพที่น่ารักของสังคมคนรักสุขภาพรักการออกกำลังกาย ทำให้หลงใหล และรักการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น จนทำให้ตัวท่านเองต้องหันไปพัฒนาศักยภาพตัวเองเพื่อการแข่งขันเพื่อสุขภาพและความสุขอย่างจริงจังเพิ่มขึ้น ในชีวิตประจำวัน สามารถที่จะเดินทางไปในเส้นทางสายสุขภาพได้อย่างสมบูรณ์ และสมดุลย์กันตลอด เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับการแข่งขันแต่ละประเภทไว้(ส่วนใหญ่ก็เน้นไปทางปั่นจักรยาน) เหมือนเป็นบันทึกเก็บไว้ให้ย้อนกลับมาดูภายหลัง คิดว่ามันจะเป็นความทรงจำที่ดีสำหรับเรา สำหรับการเริ่มต้นที่จะออกกำลังกายและดูแลสุขภาพตัวเอง แต่พอได้เข้ามาในวงการจักรยานแล้ว มันเหมือนเราหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่ง เราไม่ต้องสนใจอะไรเลย…ว่าแต่ละคนจะมาจากไหน ใช้จักรยานอะไร ยี่ฮ้ออะไร แพงมั้ย ทำงานที่ไหน รวย จน เป็นผู้บริหาร เจ้าของบริษัท เป็นลูกจ้างธรรมดาๆ กำลังตกงาน เครียด หรือทุกข์ใจอยู่ แต่ถ้าคุณอยากออกกำลังกายและมาปั่นจักรยานด้วยกันเราก็สามารถปั่นร่วมกันได้ เราคุยกันด้วยภาษาจักรยานได้อย่างสบาย และมีความสุข “ปั่นแค่ไหว ไปแค่ใจถึง(สุข)”


 จริงๆแล้วนี้คือชื่อแรกที่ใช้ตั้งชื่อเพจ โดยวันที่ซื้อจักรยานล้อเล็กมาวันแรกก็เอาออกไปปั่น ระหว่างปั่นก็รู้สึกว่ามันเหนื่อยนะ เหนื่อยมาก เพราะเราไม่ได้ออกกำลังกายมานาน จนพูดกับตัวเองว่า ปั่นแค่ไหวละกันวะ ปั่นเท่าที่เรามีแรง ปั่นแค่ที่เรายังมีความสุขกับการปั่นก็พอ อย่าฝืนร่างกายตัวเอง หรือฝืนตามคนอื่นเข้า “ปั่นแค่ไหว” ก็พอ หลังจากปั่นคนเดียวใน สนามเขียว อยู่ 3 เดือน โดยไม่ค่อยมีเพื่อนเลย ก็เริ่มรู้สึกเบื่อๆอยากมีเพื่อนบ้าง เลยเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับทริปจักรยาน และก็ได้เริ่มออกทริปต่างๆมากมาย แต่พอไปออกทริปหรืองานต่างๆ ก็มักจะไม่ค่อยมีรูปตัวเองเลย เพราะว่าปั่นช้าเข้าทีหลังตลอด จนช่วงหลังๆเลยแบกกล้องไปด้วยซะเลย คราวนี้ละรูปเพียบ อยากถ่ายตรงไหนก็ถ่าย และก็ยังถ่ายรูปเพื่อนๆมาลงเพจอีกด้วย จนเริ่มมีคนรู้จักเพจและมากดไลค์ จำได้ว่า 100 ไลค์แรกใช้เวลาประมาณ 4 เดือน มันยาวนานมากๆ 555+ หลังจากผ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าชื่อเพจมันยาวไป เรียกยาก จำยาก เลยตัดประโยคหลังออกไปเหลือแค่คำว่า “ปั่นแค่ไหว” มันเป็นชื่อที่ชอบมากๆและมีความหมายดี มีหลายๆคนที่ได้ยินครั้งแรกแล้วก็ชอบเหมือนเรา ก็ทำให้เราปลื้มใจไปด้วย